อยู่ดีๆ เท้าขวากระดกไม่ขึ้น! ขับรถไม่ได้ เดินสะดุดขาตัวเอง... ผมเป็นอะไรครับหมอ?
อยู่ดีๆ เท้าขวากระดกไม่ขึ้น! ขับรถไม่ได้ เดินสะดุดขาตัวเอง... ผมเป็นอะไรครับหมอ?
"เดินแล้วสะดุดพื้นบ่อยจัง... ยกปลายเท้าไม่ขึ้นเหมือนไม่มีแรง สวมรองเท้าแตะก็หลุดง่าย นี่ฉันเป็นอัมพฤกษ์หรือเปล่าคะหมอ?"
คนไข้หลายคนมาหาหมอด้วยอาการเดินลากขา หรือต้องยกขาสูงๆ เวลาเดินเหมือน "ม้าเดิน" (Steppage gait) เพราะกลัวปลายเท้าจะขูดพื้น อาการนี้สร้างความกังวลใจมากครับ เพราะมันกระทบการใช้ชีวิตโดยตรง ขับรถก็ลำบาก เดินก็เสี่ยงล้ม
อาการนี้เรียกว่า "ภาวะเท้าตก" (Foot Drop) ครับ
ข่าวดีคือ... ส่วนใหญ่ "ไม่ได้เป็นอัมพฤกษ์จากสมองขาดเลือด" เสมอไปครับ แต่อาจเกิดจากเส้นประสาทเส้นเล็กๆ ที่ขาถูกกดทับโดยที่เราไม่รู้ตัว!
วันนี้หมอเก่งจะพามาเจาะลึกภาวะเท้าตก ว่าเกิดจากอะไร สาเหตุยอดฮิตที่คนคาดไม่ถึงคืออะไร และจะรักษาให้กลับมาเดินปร๋อได้อย่างไรครับ
Foot Drop คืออะไร? ทำไมสั่งเท้าไม่ได้?
ภาวะเท้าตก คืออาการที่เรา "กระดกข้อเท้าขึ้นไม่ได้" (Inability to dorsiflex) หรือทำได้แต่ลำบาก ทำให้เวลาเดิน ปลายเท้าจะตกลงพื้นตลอดเวลา
ตัวการสำคัญ: กล้ามเนื้อหน้าแข้งที่ทำหน้าที่ยกเท้า ถูกควบคุมโดยเส้นประสาทชื่อ "Common Peroneal Nerve" (หรือ Fibular nerve) เส้นประสาทนี้จะวิ่งอ้อมมาจากหลังเข่า มาโผล่ที่ "ด้านข้างของหัวเข่า" (ตรงปุ่มกระดูกข้างเข่าที่เราจับได้นั่นแหละครับ)
จุดนี้แหละครับคือ "จุดตาย"! เพราะเส้นประสาทตรงนี้มันอยู่ตื้นมาก มีแค่ผิวหนังบางๆ หุ้ม ถ้าโดนกดทับนานๆ ไฟจะช็อต สั่งการไปที่เท้าไม่ได้ครับ
เช็คลิสต์: สาเหตุที่ทำให้ "เท้าตก" (คุณเผลอทำสิ่งนี้ไหม?)
สาเหตุแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ครับ
1. การกดทับเส้นประสาทที่เข่า (พบบ่อยที่สุด!)
เกิดจากพฤติกรรมทำร้ายเส้นประสาทโดยไม่รู้ตัว:
- ชอบนั่งไขว่ห้าง (Crossing legs): อันดับ 1 เลยครับ! การเอาขาพาดกัน จะไปกดทับเส้นประสาท Peroneal ตรงหัวเข่าพอดี ถ้านั่งนานๆ ทุกวัน เส้นประสาทจะช้ำจนเท้าตกได้
- นั่งยองๆ หรือพับเพียบนาน: เช่น ชาวสวน ชาวนา หรือคนที่นั่งสมาธินานๆ
- ใส่เฝือกแน่นเกินไป: ขอบเฝือกไปกดตรงคอของกระดูกน่อง
- นอนทับขา: ในคนที่เมาหลับ หรือดมยาสลบแล้วไม่ได้ขยับตัว
2. โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (L4-L5)
- ถ้าหมอนรองกระดูกสันหลังช่วงเอวข้อที่ 4-5 (L4-L5) ปลิ้นออกมาทับเส้นประสาท ก็จะทำให้มีอาการ "ปวดหลังร้าวลงขา" ร่วมกับ "กระดกนิ้วโป้งเท้าไม่ขึ้น" ได้ครับ
- ข้อสังเกต: กลุ่มนี้มักมีอาการปวดหลังร่วมด้วย
3. โรคทางสมอง (พบน้อยกว่า)
- เช่น เส้นเลือดในสมองตีบ (Stroke) หรือเนื้องอกในสมอง แต่กลุ่มนี้มักจะมีอาการ "อ่อนแรงซีกเดียว" ทั้งแขนและขา พูดไม่ชัด หรือหน้าเบี้ยวร่วมด้วย ไม่ค่อยมาด้วยเท้าตกอย่างเดียวโดดๆ
อาการสัญญาณเตือน: แบบนี้แหละ Foot Drop
- เดินลากเท้า: เสียงเดินจะดัง "แปะ... แปะ..." เพราะควบคุมการวางเท้าลงพื้นนิ่มๆ ไม่ได้
- เดินยกขาสูง (High Steppage Gait): ต้องงอเข่าเยอะกว่าปกติเวลายกขา เพื่อให้พ้นพื้น (ท่าเดินเหมือนม้า)
- ชาหน้าแข้งและหลังเท้า: รู้สึกหนาๆ หรือเหมือนเข็มทิ่มบริเวณหลังเท้าและง่ามนิ้วโป้ง
- รองเท้าหลุดง่าย: โดยเฉพาะรองเท้าแตะ เพราะนิ้วเท้าไม่ช่วยเกาะรองเท้า
การวินิจฉัย: ต้องตรวจอะไรบ้าง?
ถ้าคุณเดินเข้ามาด้วยท่าเดินแบบม้า หมอจะสงสัยทันที แต่ต้องแยกโรคให้ชัดเจนด้วย:
- ตรวจร่างกาย: ให้ลองเดินด้วยส้นเท้า (Heel walk) ถ้าทำไม่ได้ แสดงว่ามีเท้าตกจริง
- ตรวจไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (EMG/NCS): "สำคัญมาก" เป็นการเช็คว่าไฟยังวิ่งผ่านเส้นประสาทได้ไหม และรุนแรงแค่ไหน บอกพยากรณ์โรคได้ว่าต้องรักษานานเท่าไหร่
- MRI (หลังหรือเข่า): ถ้าสงสัยว่ามาจากกระดูกสันหลัง หรือมีก้อนกดทับที่เข่า
ทางรอด: รักษาอย่างไร ให้กลับมาเดินได้?
การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุครับ แต่หลักการคือ "กู้คืนเส้นประสาท"
1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (สำคัญที่สุด!)
- เลิกนั่งไขว่ห้างเด็ดขาด!
- เลิกนั่งยองๆ หรือนั่งพับเพียบ
- เปลี่ยนท่านั่งบ่อยๆ อย่าให้เข่าด้านข้างไปชนขอบโต๊ะแข็งๆ
2. การรักษาแบบประคับประคอง
- ยาวิตามินบำรุงปลายประสาท: (Methylcobalamin B12) ช่วยเร่งการซ่อมแซมเส้นประสาท
- กายภาพบำบัด: ใช้กระแสไฟฟ้ากระตุ้นกล้ามเนื้อ (Electrical Stimulation) เพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อลีบระหว่างรอเส้นประสาทฟื้นตัว
- ใส่อุปกรณ์ดามกันเท้าตก (AFO - Ankle Foot Orthosis): เป็นอุปกรณ์พลาสติกใส่ในรองเท้า ช่วยพยุงข้อเท้าให้ตั้งฉาก ทำให้เดินได้คล่องขึ้น ไม่สะดุด และป้องกันเอ็นร้อยหวายยึด
3. การผ่าตัด (Surgery)
- ผ่าตัดคลายเส้นประสาท (Decompression): ถ้ามีพังผืดหรือถุงน้ำไปรัดเส้นประสาทที่เข่าแน่นมาก
- ผ่าตัดย้ายเส้นเอ็น (Tendon Transfer): ในกรณีที่เป็นมานานเกิน 1 ปี แล้วเส้นประสาทไม่ฟื้น หมอจะย้ายเส้นเอ็นจากด้านหลังมาไว้ด้านหน้า เพื่อให้กระดกเท้าได้แทน
นานไหมกว่าจะหาย?
ต้องใจเย็นๆ นะครับ... เส้นประสาทเปรียบเหมือน "สายโทรศัพท์ที่ขาด" การซ่อมแซมตัวเองใช้เวลา
- เส้นประสาทงอกใหม่ได้ประมาณ 1 มิลลิเมตร ต่อวัน (หรือ 1 นิ้ว ต่อเดือน)
- ดังนั้น กว่าจะหายเป็นปกติ อาจใช้เวลา 3 - 6 เดือน ขึ้นอยู่กับระยะทางจากจุดที่บาดเจ็บไปถึงกล้ามเนื้อ
สรุป
อาการ "เท้าตก" (Foot Drop) ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมใกล้ตัวอย่างการ "นั่งไขว่ห้าง" ครับ ถ้ารู้ตัวว่าเริ่มกระดกเท้าไม่ขึ้น อย่าฝืนเดินลากขา ให้รีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจไฟฟ้ากล้ามเนื้อ และรับยาบำรุง ยิ่งรักษาเร็ว โอกาสที่เส้นประสาทจะฟื้นตัวกลับมา 100% ก็ยิ่งสูงครับ
อย่าปล่อยให้ความเคยชินท่านั่ง มาทำให้คุณเดินไม่ได้นะครับ!
ด้วยความปรารถนาดี บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#หมอเก่งกระดูกและข้อ #เท้าตก #FootDrop #กระดกเท้าไม่ขึ้น #นั่งไขว่ห้าง #เส้นประสาทอักเสบ #PeronealNerve #เดินสะดุด #กายภาพบำบัด #รักษากระดูกเชียงใหม่
References
- Stewart JD. Foot drop: where, why and what to do? Pract Neurol. 2008;8(3):158-69.
- Katirji B. Peroneal neuropathy. Neurol Clin. 1999;17(3):567-91.
- Common Peroneal Nerve Dysfunction. Healthline. [Internet]. Available from: https://www.healthline.com
- Pritchett JW. Foot Drop. Medscape. [Updated 2023].
Comments
Post a Comment